ads by google

วันศุกร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2556

ขนาดไอออน


ขนาดไอออน
          เมื่อธาตุรวมตัวกับเป็นสารประกอบ อาจมีบางชนิดเสียอิเล็กตรอนไป กลายเป็นไอออนบวก เช่น ธาตุโลหะ และบางชนิดรับอิเล็กตรอนเพิ่มเข้ามา ทำให้กลายเป็นไอออนลบ เช่น ธาตุโลหะ การที่อะตอมเปลี่ยนเป็นไอออน ทำให้ขนาดเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ซึ่งสรุปโดยทั่วไปได้ดังนี้
          ก. ไอออนบวก หรือ ไอออนของโลหะ จะมีขนาดเล็กลงเมื่อเปรียบเทียบกับอะตอมเดิม เนื่องจากโลหะเมื่อเสียอิเล็กตรอน กลายเป็นไอออนบวก ระดับพลังงานลดลง ขนาดจึงเล็กลง

          เช่น     Na  2,  8,  1   มีรีศมีอะตอม   190  pm
                   Na+ 2,  8       มีรัศมีไอออน    98   pm

          ข. ไอออนลบหรือไอออนของอโลหะ จะมีขนาดใหญ่ขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับอะตอมเดิม เนื่องจากอโลหะเมื่อรับอิเล็กตรอนเพิ่มเข้ามาทำให้แรงดึงดูดระหว่าง อิเล็กตรอนกับนิวเคลียส ลดลง ขนาดจึงใหญ่ขึ้น
          เช่น     Cl    2,  8,  7  มีรัศมีอะตอม    99  pm
                   Cl-   2,  8,  8   มีรัศมีไอออน   181  pm

สมบัติของธาตุในตาราง

สมบัติต่างๆ ของธาตุที่จะศึกษาในที่นี้ได้แก่สมบัติเกี่ยวกับขนาดอะตอม ขนาดไอออน พลังงานไอออนไนเซชัน จุดหลอมเหลว จุดเดือด และอิเล็กโทรเนกาติวิตี โดยศึกษาถึงแนวโน้มของการเปลี่ยนแปลงว่ามีความสัมพันธ์กับตารางธาตุ ตามหมู่และคาบอย่างไร 


ขนาดอะตอม
          ขนาดอะตอมหาได้จากเทคนิคทาง x-ray diffraction และ microwave spectroscopy
          ถ้าอะตอมเรียงตัวอย่างมีระเบียบแบบชิดกันมากที่สุด ขนาดของอะตอมจะหาได้จากความสัมพันธ์ ดังนี้

                   ขนาดของ  1  อะตอม   =   
                   ปริมาตรของ  1  โมล    =  

          จากแบบจำลองอะตอมแบบกลุ่มหมอก อะตอมมีขอบเขตที่ไม่แน่นอน ระยะระหว่างนิวเคลียสถึงผิวอะตอมมีค่าไม่คงที่ ทำให้หาขนาดของอะตอมที่แท้จริงไม่ได้ จากแบบจำลองของอะตอมตามทฤษฎีของโบร์ อิเล็กตรอนในไฮโดรเจนอะตอมอาจมีพลังงานได้หลายค่า ขนาดอะตอมของไฮโดรเจนจึงขึ้นอยู่กับว่าอิเล็กตรอนอยู่ในระดับพลังงานใด ถ้าอยู่ในระดับพลังงานสูง จะอยู่ห่างจากนิวเคลียสมาก ขนาดอะตอมจะใหญ่ และถ้าอยู่ในระดับพลังงานต่ำ จะอยู่ใกล้นิวเคลียส ขนาดอะตอมจะเล็ก ดังนั้นจึงทำให้หาขนาดของอะตอมที่แท้จริงไม่ได้
          ในทางปฏิบัตินิยมบอกขนาดอะตอมด้วยรัศมีอะตอม โดยพิจารณาจากเส้นผ่านศูนย์กลางของโมเลกุลอะตอมคู่ หรือ อะตอม 2 อะตอมที่อยู่ชิดกัน โดยแบ่งรัศมีอะตอมเป็น  3  ประเภท

          ก. รัศมีโลหะ (metallic radii) เนื่องจากโลหะมีการจัดเรียงอะตอมแบบชิดกัน รัศมีอะตอมโลหะจึงหาได้จากความยาวพันธะโลหะหารด้วย 2  หรือระยะระหว่างนิวเคลียสของโลหะ 2 อะตอมหารด้วย 2


            ข. รัศมีโคเวเลนต์ (covalent radii) ได้จากความยาวของพันธะโคเวเลนต์หารด้วย 2 หรือ ระยะระหว่างนิวเคลียสของอะตอม 2 อะตอมที่ยึดเหนี่ยวกันด้วยพันธะโคเวเลนต์หารด้วย 2
                   เช่น ความยาวพันธะของ  Cl - Cl    =   198 พิโคเมตร (pm)
                   เพราะฉะนั้นรัศมีโคเวเลนต์ของ   Cl =   198/2    =  99  พิโคเมตร

          ค.  รัศมีวันเดอร์วาลส์ (van der wall radii)  ได้จากความยาวระหว่างนิวเคลียสของอโลหะ 2 อะตอม ที่ไม่เกิดพันธะกันหารด้วย 2
                   เช่น รัศมีวันเดอร์วาลส์ของ  Cl   =  155  พิโกเมตร

  
          จะเห็นได้ว่าโลหะมีรัศมีอะตอมชนิดเดียวคือ รัศมีโลหะ แต่อโลหะมีรัศมีอะตอม 2 ชนิดคือ รัศมีโคเวเลนต์และรัศมีวันเดอร์วาลส์ ซึ่งในอะตอมชนิดเดียวกันรัศมีวันเดอร์วาลส์จะยาวกว่ารัศมีโคเวเลนต์

ตารางที่ 7.1 เปรียบเทียบความยาวของรัศมีอะตอมระหว่างรัศมีโคเวเลนต์
และรัศมีวันเดอร์วาลส์ของโลหะบางชนิด
ธาตุ
ความยาวของ

รัศมีโคเวเลนต์ (pm)
รัศมีวันเดอร์วาลส์ (pm)
H
O
Cl
P
S
37
73
99
110
104
120
140
155
180
190

          ดังนั้นการกล่าวถึงรัศมีอะตอมจึงควรอ้างถึงด้วยว่าเป็นรัศมีอะตอมชนิดใด และการเปรียบเทียบขนาดอะตอมจะต้องใช้รัศมีอะตอมประเภทเดียวกันด้วย อย่างไรก็ตามการบอกค่ารัศมีอะตอมโดยทั่วไป จะหมายถึง รัศมีโคเวเลนต์ซึ่งรัศมีโคเวเลนต์สามารถหาได้จาก ความยาวของพันธะโคเวเลนต์ดังกล่าวมาแล้ว และถ้าตั้งสมมติฐานว่ารัศมีของอะตอมหนึ่งๆ ในโมเลกุลใดๆ มีค่าเท่ากัน จะสามารถหารัศมีอะตอมของธาตุต่างๆ ได้ เช่น

          ก. ในโมเลกุลไฮโดรเจน
                   ความยาวพันธะของ  H - H  =  72  pm
                   เพราะฉะนั้นรัศมีอะตอมของ H    =  74/2   =  37  pm
          ข.  ในโมเลกุล  HCl
                   ความยาวพันธะของ  H-Cl  =  136  pm
                   รัศมีอะตอมของ H      =  37  pm (จาก ข้อ ก.)
                   เพราะฉะนั้นรัศมีอะตอมของ Cl  =  137 - 37  =  99  pm
          ค. ในโมเลกุล  CCl4
                   ความยาวพันธะของ  C-Cl  =  176  pm
                   รัศมีอะตอมของ Cl      =  99  pm (จาก ข้อ ข.)
                   เพราะฉะนั้นรัศมีอะตอมของ C  =  176 - 99  =  77  pm